มารยาททางสังคม

อยู่อย่างไรในประเทศอังกฤษ

เพื่อการเรียนรู้ และสั่งสมประสบการณ์ชีวิต อย่างเหมาะสม สนุกสนาน และมีคุณค่า


2. รู้จักขนบธรรมเนียม มารยาททางสังคมของคนอังกฤษ

2.1 มารยาททางสังคม

เมื่อแรกพบ

ในขณะที่คนไทยใช้การไหว้ คนอังกฤษ เมื่อพบกัน จะใช้วิธียื่นมือขวาจับกันและเขย่าเล็กน้อย (Shake hand) ผู้ชายจับมือผู้ชาย จะบีบมือและเขย่าหนักแน่น ส่วนผู้หญิงกับผู้หญิง หรือ ผู้ชายกับผู้หญิง จะจับมือกันแบบเบาๆ เขย่าน้อยครั้ง ขณะจับมือควรจะพูดว่า “How do you do หรือ Nice (Please) to meet you, my name is…” และอีกฝ่ายหนึ่งควรจะพูดตอบเช่นเดียวกัน (คนที่มีอายุน้อยกว่าควรจะเป็นผู้พูดก่อน) ต่อจากนั้นก็ควรจะเริ่มบทสนทนาโดยคุยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนผู้นั้น เช่นหน้าที่การงาน สิ่งที่เขาเรียน สิ่งสวยงามในประเทศของเขา เป็นต้น

สำหรับเมื่อพบคนที่มีความสนิทสนมกันนานแล้ว ผู้ชายจะ Shake hand และโน้มตัวใกล้กันคล้ายการกอดแบบหลวมๆ และเอามือโอบไหล่กันและกัน ส่วนผู้หญิงกับผู้หญิง หรือผู้หญิงกับผู้ชาย มักจะกอดเบาๆ เอาแก้มซ้ายชนกันก่อนและต่อด้วยการเอาแก้มขวาชนกัน ทำปากเหมือนการจูบอากาศ (Air Kiss) ข้อแนะนำคือ หากเราต้องการหลีกเลี่ยงการกอด เมื่อแรกพบใคร ให้รีบยื่นมือ แสดงความจำนงในการขอจับมือทักทายในทันที

เริ่มทักทาย สนทนา

ถ้าคนสองคนมีโอกาสได้มาพบกันได้บ่อยๆ ก็ไม่จำเป็นจะต้องเริ่มต้นการทักทายด้วยการจับมือ แต่สามารถเริ่มต้นพูดคุยทักทายกันได้เลย คนที่อังกฤษชอบที่จะเริ่มบททักทายสนทนาเกี่ยวกับดินฟ้าอากาศ (อย่างที่บอกไว้ว่าอากาศที่นี่เปลี่ยนแปลงบ่อยและมีผลกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนโดยตรง) การทักทายอย่างนี้ที่นี่จึง เป็นเรื่องปกติ ในขณะที่คนไทยอยู่ที่เมืองไทย มักเริ่มบทสนทนาด้วยการถามว่า ทานข้าวมารึยัง จะไปไหน ซึ่งถ้ามาถามที่นี่คนอังกฤษถือเป็นคำถามที่แปลก

ศิลปในการสร้างบทสนทนาที่สนุกสนานของคนทั่วไป คือ ให้เข้าใจว่า คนส่วนใหญ่จะรู้สึกสบายๆ ที่จะพูดในเรื่องที่ใกล้ตัว เรื่องที่อยู่ในความสนใจ ความถนัด ความชอบ ดังนั้น ถ้าเราเริ่มต้นบทสนทนาจากคำถามในเรื่องที่ใกล้ตัวของเขา เช่น เรื่องครอบครัว สุขภาพ การงาน การเรียน ความสนใจในกีฬา การท่องเที่ยว งานอดิเรก ฯลฯ เหล่านี้นอกจากจะทำเป็นการเริ่มบทสนทนาที่ดีแล้ว ยังทำให้คู่สนทนารู้สึกถึงเป็นกันเองมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม พึงระวังว่า การถามคำถามเหล่านี้ ต้องเป็นไปในลักษณะที่สุภาพ มีความพอดี ไม่เซ้าซี้ ซอกแซก ในลักษณะที่ไม่ทำให้คู่สนทนารู้สึกอึดอัดใจ ลำบากใจที่จะตอบ หรือคิดว่าเราเป็นพวกชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องส่วนตัวของคนอื่น

นอกจากนี้ ในประเทศอังกฤษ ถึงแม้คนที่เราเห็นหน้ากันบ่อย ๆ แต่ไม่รู้จักกัน เช่นเพื่อนบ้าน หรือคนที่ไม่รู้จักกันแต่เดินผ่านกันแล้วเขามองเรา เราก็สามารถที่จะยิ้มและพูดทักทายกันได้โดยไม่ถือเป็นเรื่องแปลก

ยามต้องจากลา

ในการจบบทสนทนาและปลีกตัวไป ทุกครั้งควรใช้คำว่า “Sorry” หรือ “Excuse me” แล้วตามด้วยประโยคเหตุผลของการลาจาก เช่น I have to go… I have to……… จะทำให้บทการลาจาก นุ่มนวล ราบรื่น และจบบทสนทนาด้วย “Nice talking to you.” “See you again.” “Take care.” “Bye bye.” เป็นต้น

นอกจากนี้  ในเวลาจากกัน อาจพูดคำลา พร้อมกับ Shake hand (ผู้ชายกับผู้ชาย) ถ้าสนิทกันมากอาจจะโอบและตบไหล่ 2-3 ครั้ง หรือโอบกันแล้วแก้มชนแก้ม จูบอากาศ ซ้ายขวา (ผู้หญิงกับผู้หญิง หรือผู้ชายกับผู้หญิง) ถ้าจะไม่ได้พบกันอีกเป็นเวลานาน แต่ว่าหากได้พบกันบ่อยแล้วอาจะพบกันอีก ก็การพูดบอกลาเฉยๆ ก็เพียงพอแล้ว

ถ้าไม่ทราบว่าควรจะทำอย่างไรแค่ไหน ก็ให้สังเกตกิริยาของคู่สนทนา และก็ปฏิบัติตามเขาอย่างเหมาะสม

คำสำคัญต่างๆ ที่ควรพูดติดปาก

ที่อังกฤษ เขาถือเป็นมารยาทในการพูดที่ดี และเขาจะยกย่องให้เกียรติ หากเราประกอบคำพูดในวาระต่างๆ ด้วยคำว่า Please, Thank you, Sorry, Excuse me ฯลฯ “Please” เมื่อต้องการขอความช่วยเหลือ เช่น Can (May) I …, please? “Thank you” เมื่อได้รับความช่วยเหลือ หรือ การพูดประกอบคำขอความช่วยเหลือ เช่น Please, can you…………….. ? Thank you, “I’m sorry” ใช้ได้ในหลายสถานการณ์ เช่น พูดขอโทษเมื่อทำผิด เช่น ชน หรือ เหยียบเท้าคนอื่น หรือเหตุการณ์อื่นๆ ที่ผู้พูดรู้สึกเสียใจที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น หรือทำไปโดยที่ไม่ได้คาดว่าผลจะเป็นเช่นนั้น “Excuse me” ใช้เมื่อต้องเรียกร้องขอความสนใจ จะเริ่มต้นถาม ขอร้องคนอื่น เช่น เวลาไปพบคุณครูแล้วคุณครูนั่งอ่านหนังสือ หรือทำงานอยู่ ควรพูดว่า Excuse me, May I ask you a question? May I disturb (interrupt) you? เป็นต้น “Pardon? Say again? Come again?… Please หรือ Sorry?” ใช้เมื่อต้องการให้คุณครู หรือคู่สนทนา พูด/ถาม ซ้ำอีกครั้ง “Bless you” เป็นคำพูดอวยพรให้คู่สนทนาที่ไอหรือจาม ซึ่งเมื่อคนหนึ่งให้พร ผู้ที่ไอหรือจากก็จะกล่าวขอบคุณ Thank you.

มารยาทบนโต๊ะอาหาร

ควรทานอาหารด้วยกิริยาสำรวม ไม่มูมมาม พูดคุยที่โต๊ะอาหารได้ คนอังกฤษใช้ส้อมและมีดในการรับประทานอาหาร แทนการใช้ช้อนและส้อมแบบคนไทย คนอังกฤษใช้ช้อนสำหรับตักซุป ในลักษณะตักออกจากตัว ถือส้อมในมือซ้าย ถือมีดในมือขวา (ถ้าถนัดมือซ้ายสามารถกลับข้างได้) ใช้ส้อมจิ้มชิ้นอาหารที่ต้องการตัดและใช้มีดที่ถืออยู่ใช้นิ้วชี้อยู่ข้างบนสันมีดตอนติดด้ามจับ และหั่นอาหารแบบสไลด์เป็นชิ้นเล็กออกไป ใช้ส้อมจิ้มอาหารใส่ปากโดยคว่ำส้อม (การหงายส้อมจิ้มอาหารเข้าปากถือเป็นกิริยาที่ไม่สุภาพนัก) ห้ามใช้มีดจิ้มอาหารใส่ปากเป็นอันขาด ถือว่าไม่มีมารยาท จำเป็นหลักไว้เบื้องต้นว่า บนโต๊ะอาหาร จานวางขนมปังสำหรับเราจะอยู่ด้านซ้ายบน หากมีมีดส้อมเรียงกันอยู่มาก ให้หยิบใช้จากนอกเข้าหาใน (จากจานแรกไปจนจานสุดท้ายที่เสิร์ฟ) ช้อนส้อมมีดเล็กๆที่วางเหนือจานด้านบนใช้สำหรับทานของหวาน จำให้เป็นนิสัยว่า อยู่ที่นี่ ถ้าไม่แน่ใจในเรื่องใด อย่านิ่งไว้ ขอให้ถาม

การรักษาเวลา

คนอังกฤษถือว่าการรักษาเวลาเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการให้เกียรติต่อกัน ที่ถือว่าสำคัญมากๆ พอกับการรักษาคำพูด ดังนั้น ในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับครอบครัวชาวอังกฤษ จึงจำเป็นที่จะต้องแจ้งให้ทางครอบครัวทราบล่วงหน้าหากว่าจะกลับช้า เพราะ มีกิจกรรมพิเศษ ไปพบเพื่อน หรือ  ไปซื้อของฯลฯ ถ้าจะมาไม่ทันเวลาอาหารเย็นหรือจะไม่ทานอาหารเย็น ต้องแจ้งให้ครอบครัวทราบล่วงหน้า ถ้าเจ้าของบ้านเตรียมอาหารไว้ให้ และนักเรียนไม่กลับมาทาน จะถือเป็นเรื่องที่เสียมารยาทอย่างมาก ถ้ามีการนัดหมายควรไปให้ตรงเวลา ถ้าไม่สามารถไปได้ตามเวลา ต้องแจ้งให้ผู้ถูกนัดหมายทราบล่วงหน้าในทันที

การเข้าคิว

คนอังกฤษจะเข้าคิวและรอคิวอย่างสำรวมและอดทน เช่น รอคิวขึ้นรถเมล์ รถไฟ จ่ายเงินที่ร้านค้า การแซงคิวถือเป็นการเสียมารยาทอย่างมาก เป็นเรื่องที่คนที่ต่อคิวอยู่รับไม่ได้ ถือเป็นการไม่ให้เกียรติ และจะต่อว่าให้ได้อาย ถ้ามีความเร่งรีบอย่างมาก และต้องการขอแซงคิว ก็จะต้องค่อยๆ ร้องขอจากผู้ที่อยู่ข้างหน้าทีละคนไป

ดังนั้น เวลาเราจะจ่ายเงินซื้อสินค้า ไม่ว่าจะร้านค้าเล็กหรือใหญ่ อย่าลืมการเข้าคิว เมื่อเลือกหาสินค้าที่จะซื้อได้ ให้เดินไปชำระเงินที่แคชเชียร์ โดยมักจะมีป้าย “Cashier”, “Please Pay Here” ชี้ทางไว้ ขอให้ตระหนักไว้เสมอว่า การจ่ายเงินจะต้องเข้าคิว เพราะในประเทศอังกฤษ ผู้คนจะถือว่าเป็นการไร้มารยาทเป็นอย่างมากหากมีใครสักคนลัดหรือแซงคิว หากเราไม่แน่ใจว่าคนข้างหน้าหรือข้างหลังเรากำลังเข้าคิวอยู่หรือไม่ (ซึ่งอาจเป็นเพราะบางร้านไม่ได้จัดที่ยืนไว้ให้แน่นอน) เราก็ควรถามผู้ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ที่จ่ายเงินว่า “Excuse me, are you in the queue?” หรือ “Is this a queue?”

มารยาททั่วไปในการสนทนา

  • ถ้าไม่รู้ สงสัย ไม่แน่ใจ ขอให้ถาม การถามคำถามที่นี่เป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องไม่น่าอาย การที่ไม่รู้และไม่ถาม ทำให้เกิดข้อผิดพลาดและเสียเวลาจะเป็นเรื่องที่เสียหายและน่าอับอายมากกว่า
  • ไม่พูดภาษาไทยเสียงดังกันต่อหน้าคนอังกฤษ ถือเป็นการเสียมารยาท หากหลีกเลี่ยงไม่ได้และจำเป็นต้องพูด ต้องขออนุญาตก่อน และรวบรัดการสนทนาด้วยภาษาไทยนั้นให้จบลงอย่างสั้นที่สุด และจะเป็นการดี ถ้าได้อธิบายให้คนอังกฤษที่อยู่ในวงสนทนานั้นในทันทีว่า เราได้พูดคุยกันไปในเรื่องอะไรด้วยเรื่องอะไร
  • ไม่ควรตอบการสนทนากับคนอังกฤษด้วยคำสั้นๆ เพียงว่า ‘Yes’ หรือ ‘No’ ขอให้คิดว่า การสนทนาก็เหมือนกับการเล่นเทนนิส ต้องมีการโต้ตอบกัน เขาถามมา เราตอบ จากนั้นเราถามกลับไป ให้เขาตอบกลับมาบ้าง การสนทนาจึงจะออกรส ดังนั้น นักเรียนควรพยายามฝึกการโต้ตอบด้วยการฝึกตั้งคำถามกลับไว้ และก็ไม่ต้องกังวลว่าจะพูดภาษาอังกฤษไม่ถูกต้อง เพราะเราพูดผิด เขาจะช่วยแก้ไขให้เราเอง การพยายามพูดให้มากเข้าไว้ จะช่วยให้ภาษาอังกฤษเราพัฒนาได้เร็วขึ้น อย่าเกรงใจที่จะใช้ ‘Pardon?’ “Sorry?” หรือ ‘Excuse me?’ ถ้าต้องการให้คู่สนทนาทวนประโยค

Switch to our mobile site