การจับจ่ายใช้สอย

อยู่อย่างไรในประเทศอังกฤษ

เพื่อการเรียนรู้ และสั่งสมประสบการณ์ชีวิต อย่างเหมาะสม สนุกสนาน และมีคุณค่า


1. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประเทศอังกฤษ

1.6 การจับจ่ายใช้สอย

ในอดีตร้านค้าต่างๆ ในอังกฤษ จะปิดทำการเร็วมากและจะปิดขายของในวันอาทิตย์เพราะถือเป็นวันพักผ่อนวันครอบครัว แต่ในปัจจุบันร้านค้าส่วนใหญ่จะเลื่อนเวลาปิดไปเป็นหนึ่งถึงสองทุ่ม หรืออาจช้ากว่านั้น แต่ก็มักไม่เกินสี่ทุ่มในคืนวันเสาร์ แต่สำหรับวันอาทิตย์ร้านค้าจะเปิดขายของช้าประมาณสิบเอ็ดโมงหรือเที่ยงและจะปิดเร็วคือสี่หรือห้าโมงเย็น

ในทุกเมืองหรือถนนสายธุรกิจของเมืองต่างๆ มักจะมีถนนที่มีร้านค้าหลากหลายเรียงรายกันอยู่ซึ่งจะเรียกเหมือนๆ กันว่า High Street (ถ้าเป็นชุมชนไม่ใหญ่) หรือ Town Centre (ถ้าเป็นชุมชนเมืองที่ขนาดใหญ่ขึ้น) ที่โดยปกติร้านค้าจะเปิดประมาณเก้าโมงเช้าจนถึงหกโมงเย็น แต่ก็จะมีวันที่ร้านค้าปิดช้าจนสองถึงสามสี่ทุ่ม เรียกว่า “late night shopping”

นอกจากร้านค้าตาม high street หรือ town centre ในอังกฤษก็จะมีแหล่งร้านค้าใหญ่นอกชานเมือง เรียกว่า “Retail Park” ซึ่งจะเป็นที่รวมร้านค้าใหญ่ ๆ ในลักษณะ warehouse เข้าไว้อยู่ด้วยกัน ซึ่งมักจะมี supermarket หรือปั้มน้ำมันอยู่ด้วย

เงินตรา

สกุลเงินของประเทศอังกฤษ คือ พาวนด์สเตอริงค์ (£, Pound sterling) หรือ เงินปอนด์ที่เรียกกันด้วยสำเนียงไทย ธนบัตรของอังกฤษ มีประเภท £50, £20, £10, £5 ส่วนเหรียญ มีตั้งแต่ £2, £1, 50p (Penceเพ็นซ์) 20p, 10p, 5p และ 1p ร้านค้าในอังกฤษส่วนใหญ่ไม่รับเงินสกุลยูโร ยกเว้นห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ เช่น Harrods เป็นต้น อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา อยู่ที่ประมาณ £1 = 50 บาท (อัตราเปลี่ยนแปลงทุกวัน)

ในการใช้บัตรเครดิตเพื่อซื้อสินค้า ปัจจุบันร้านค้าส่วนใหญ่ในประเทศอังกฤษจะเปลี่ยนไปใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ถือบัตรเครดิตป้อนรหัสส่วนตัว (Password) เข้าไปกับเครื่องเพื่อยืนยันการซื้อขาย แทนการเซ็นต์ชื่อในใบสลิป การซื้อขายแบบเมืองไทย ดังนั้น หากจะใช้บัตร เครดิตในการซื้อสินค้า ต้องสอบถามพนักงานของร้านค้านั้นก่อน ว่ารับบัตรเครดิตที่ใช้วิธีการเซ็นต์ชื่อลงในสลิปได้หรือไม่

ควรระลึกเสมอว่าเงินปอนด์แพงกว่าเงินบาทมาก (1 ปอนด์ ประมาณ 50 บาท) นักเรียนควรใช้อย่างระมัดระวัง

ว่าด้วยความปลอดภัย

โดยปกติอังกฤษเป็นประเทศที่ปลอดภัย แต่ด้วยการที่มีคนต่างชาติจากประเทศในยุโรปตะวันออกที่ยากจนเข้ามาอาศัยอยู่จำนวนมาก ตามเงื่อนไขการรวมกลุ่มประเทศ European Union รวมถึงสภาวะทางเศรษฐกิจที่ไม่ดี มีผู้ตกงานมาก จึงทำให้เกิดปัญหาการลักเล็กขโมยน้อย ฉกชิงวิ่งราวอยู่อย่างมาก จึงขอให้นักเรียนช่วยกันระมัดระวังตัว เวลาที่ยืนเบียดเสียดผู้คน บนถนน ร้านรวง หรือบนรถไฟ รถโดยสารสาธารณะ ต้องระวังการล้วงกระเป๋า ถ้าจะถ่ายรูป หรือหยิบของในกระเป๋า ควรปิดกระเป๋าให้เรียบร้อยก่อน อย่าวางกระเป๋าทิ้งไว้หรือเปิดกระเป๋าทิ้งอ้าไว้หรือใส่ของประดับดูมีค่าล่อตาล่อใจมิจฉาชีพ ควรสะพายกระเป๋าไว้หน้าตัว นอกจากนี้ ขอให้หลีกเลี่ยงการเดินในที่เปลี่ยว ไม่ควรเดินไปเที่ยวไหนหรือกลับบ้านดึกเพียงลำพัง ขอให้ตระหนักว่า การไปกลับระหว่างบ้านและโรงเรียน โดยทั่วไปจะไม่มีรถรับส่ง นักเรียนจะต้องเดินเท้าหรือขึ้นรถประจำทางเอง

ไม่ควรพกเงินติดตัวคราวละมากๆ เพราะอาจทำหาย หรือถูกขโมย หากมีความจำเป็นต้องพกเงิน ควรแยกเก็บไว้หลายที่ ควรเก็บเงินหรือของมีค่าไว้ในที่ที่ปลอดภัย เช่นฝากเงินและสิ่งของมีค่าไว้กับผู้ที่ไว้ใจได้ เช่น  Host Family ครูที่โรงเรียนกำหนดไว้ให้เป็นผู้ดูแล โดยทุกครั้งที่มีการฝากเงินหรือขอเบิกเงินต้องมีการขอหลักฐานการรับฝากหรือถอนเพื่อการอ้างอิงทุกครั้ง

อื่นๆ ทั่วไป : ระบบไฟฟ้า

ระบบไฟฟ้าของประเทศไทยมีกำลัง 220 โวลท์ และ 50 เฮิตซ์ ส่วนของประเทศอังกฤษมีกำลังใกล้เคียงกัน คือ 240 โวลท์ และ 50 เฮิตซ์ ดังนั้น เราสามารถนำเครื่องไฟฟ้าจากเมืองไทยมาใช้ที่อังกฤษได้ แต่  อย่างไรก็ตาม ลักษณะของปลั๊กไฟอังกฤษเป็นแบบ 3 ตา ดังนั้นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่นำมาจากเมืองไทยจึงสามารถนำมาใช้ที่ประเทศอังกฤษได้ ถ้ามีตัวปรับปลั๊ก (socket adapter) จากแบบไทย 2 ตา ไปเป็น 3 ตา ถ้าต้องการซื้อ สามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้า แผนกเครื่องไฟฟ้า หรือแผนกกระเป๋าเดินทาง

น้ำหนักและมาตรวัด

ในประเทศอังกฤษ ระบบเมตริกและระบบอิมพีเรียลยังใช้ร่วมกันอยู่ เช่น นิ้ว เซนติเมตร ฟุต หลา หรือ เมตร หรือ ไมล์  เบียร์จะวัดเป็น ไพนท์ (1 ไพนท์ = 0.568 ลิตร) น้ำมันวัดเป็นทั้งแกลลอนและลิตร (1แกลลอน = 4.55 ลิตร = 1.2 แกลลอนสหรัฐ)

Switch to our mobile site